วิธิการเลือกการซื้อรถมือสอง

   สำหรับท่านที่มองหาซื้อรถมือสอง จะเป็นรถบ้าน รถเต็นท์ มีคำแนะนำและ แนวทางการเลือกซื้อจากที่ต่างๆ  มาบอกกล่าวกัน

 

  เริ่มต้นการเลือกซื้อ 

  

   1. เลือกประเภทรถที่จะซื้อ และ ตั้งงบประมาณ

   2. เช็คราคารถ

   3. หาแหล่งที่จะซื้อรถ ซึ่งมีทั้งรถบ้าน และรถเต็นท์ จากสื่อสิ่งพิมพ์ และ internet

   4. ศึกษาวิธิการดูรถ หรือ ถ้าจะไปดูรถควรให้ผู้ชำนาญไปช่วยดู

   5. เช็คเอกสารต่างๆ ให้พร้อมที่จะทำการโอนกรรมสิทธิ์

 

   การตรวจสอบรถ

   ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบด้วยตนเอง เช่น ขอดูเอกสารการครอบครอง (เล่มทะเบียน) ควบคู่กับ บัตรประชาชน ใบขับขี่

ชื่อตรงกันหรือไม่ มีการครอบครองเกิน 4 เดือน หารผู้ขายมีการโอนลอยไว้ก่อน แต่ผู้ขายมีชื่อสกุลเดียวกัน หรือมีความเกี่ยวข้อง

ก็ถือได้ว่า เป็นรถบ้านเจ้าของขายเอง

 

   การตรวจสอบสภาพรถ

 

Cool ภายนอก

 

   1. ดูโครงสร้างของรถโดยรวม ได้สัดส่วนที่ควรจะเป็นหรือไม่มีการบิดเบี้ยวคดงดที่เกิดจากอุบัติเหตุ

   2. รถที่ผ่านการเกิดอุบัติเหตุและนำมาซ่อม อาจสังเกตได้หลายวิธี เช่น ลองเคาะที่ส่วนตัวถังรอบๆ คัน โดยการฟังเสียงว่ามีความ

      โปร่งใสเท่ากันหรือไม่ ส่วนที่เคยทำสีจะมีเสียงทึบๆ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนทั้งชิ้นส่วน วิธีนี้คงจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร

   3. เช็คตามขอบกระจกขอบประตู ว่ามีการบิดงอหรือไม่ รวมถึงสิ่งที่เป็นขอบยางต่างๆ

   4. ดูสีว่าตรงกับสมุดทะเบียนหรือไม่ อาจมีปัญหาในการโอนได้

   5. ช่วงล่าง เช็คว่ามีสนิมหรือผุบ้างไหมถ้ามีรถคันนั้นถ้านำไปใช้ ช่วงล่างน่าจะมีปัญหา

   6. ดูตัวถัง body

       รถสวยไม่สวยดูภายนอกรอบคัน พอบอกได้ แต่จะดูให้ถึงว่าเคยชนมาหนักไหม ก็ต้อง

       6.1 เปิดฝากระโปรงหน้ามาดูคานหน้า คานรถทุกคันจะมีรู กลมบ้าง เหลี่ยมบ้างแล้วแต่ ถ้ารูเบี้ยวไม่คม ก็แสดงว่ามีโดนมา

       6.2 ป้ายทะเบียนรถยับมีรอยดัด ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเคยโดนมา แผ่น plate ที่แปะติดคานมา มีรอยยับหรือ ดัดมาเช่นกัน

       6.3 สันด้านข้างตะเข็บความนูนเสมอกันหรือไม่ รอยอ๊าค จากโรงงานกับอู่เคาะพ่นสีก็ต่างกัน

       6.4 สำหรับด้านหลัง ก็เปิดฝากระโปรงดูเช่นกัน ไฟท้ายทั้ง 2 ดวงเสมอเบ้าหรือไม่ รอยแยกต่อชิ้นเว้นช่องไฟเท่ากันเปล่ามีเบี้ยว

             มีเกยกันมั้ย คานหลังก็ใช้ลักษณะการสังเกตุเหมือนคานหน้าเพียงแต่ต้องลื้อพรมปูท้ายรถออกเพื่อให้เห็นพื้น

       6.5 พื้นรถด้านหลังโดยมากจะเป็นรอน ๆ ก็สังเกตุดูว่าเท่ากันหรือเปล่า รถบางคันโดนชนหลังมาช่างเคาะทำดีมากดูแทบไม่ออก

            มาเสียตอนน้ำเข้าตรงไฟท้ายเข้าได้แต่ออกไม่ได้ซะด้วยสิ ต้องเช็ด มีบางคันเศษกระจกหลังยังอยู่ให้เห็นเลยครับ 

       6.6 ส่วนด้านข้าง ก็ดูเทียบสี จากโรงงานสีเดิม กับอู่สี สีจะเพี้ยนนิดหน่อยแต่ก็พอเห็น ผมใช้วิธีเคาะ ด้วยมะเหง็กของเรานี่แหละ

            เคาะรอบคันเลยรถ ที่ทำสีมาแล้วเสียงจะทึบ ๆ หน่อย ชิ้นที่สีเดิมจะมีเสียงโปร่ง ๆ หน่อยฟังดีดี จะรู้ถึงความต่าง อันนี้ไม่ยาก 

       6.7 รถที่เคยหงายตะแคงล้อชี้ฟ้า ก็ดูหลังคารถเคาะ ๆ ดู สังเกตุขอบคิ้วกระจกหน้าหลัง เหมือนกันเปล่ามีรอยแตกของสีโป๊วมั๊ย

             หลังคาสีสดสวยกว่าประตูข้าง ก็เป็นเรื่องน่าแปลกเพราะเป็นส่วนที่รับแดดเต็ม ๆ แต่ช่างเคาะ ช่างสีบ้านเราฝีมือดีมาก

             ทำได้เนียนเซียนในเต็นท์ยังมองไม่ออก ฝรั่งยกนิ้วให้ 2 นิ้ว งานฝีมืองานประณีตคนไทยเก่งกาจม๊าก มาก ขอบอกครับ

    7. เครื่อง + ช่วงล่าง + เกียร์ 
      7.1 เครื่อง ถ้าเครื่องมีปัญหา หรือ หลวม จะเป็นอย่างนี้ เสียงดัง ไม่นิ่งรอบสูงบ้างต่ำบ้าง ไม่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกันเปล่าหว่า เวลาเครื่องร้อนเรา

            ก็ดูก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมา จะมีควันพุ่งออกมา หรือ น้ำมันเครื่องจะกระเซ็นกระสายเป็นละอองออกมาเอามือไปอัง ๆ ดูก็ได้ไม่

            ร้อนเท่าไหร่หรอกน่า เชื่อเถอะ

      7.2 เกียร์ ชุดส่งกำลัง คลัชต์ ถ้าเข้าเกียร์ ออกตัวแล้วสั่น แหงก ๆ กระตุก ๆ เข้าเกียร์ก็ยาก นั่นแหละมีปัญหา วิ่งๆ ไปมีเสียงประสาน หอน

            แหวกอากาศมาเข้าหูเรา เวลาเข้าเกียร์ว่าง รถจอดนิ่งๆ ไม่ยักกะดังก็นั่นแหละ เกียร์ไปแล้วไปไหนไม่รู้ ไปหาช่างมั้ง เกียร์ auto ก่อน

            เข้าเกียร์เหยียบเบรคคาไว้ เข้าเกียร์ตำแหน่ง D ไม่กระตุกกระชากก็พอได้เปราะหนึ่ง เข้าตำแหน่งเดิม N แล้วไป R ก็ไม่มีอาการอะไรก็

            แสดงว่าผ่านไปได้แล้ว 70 % มาลองวิ่งดูว่าเกียร์ทำงานทุกเกียร์เปล่า ไม่ใช่เปลี่ยนแค่ 2 เกียร์อันนี้เสร็จแน่ ออกตัวก็เช่นกัน ออกตัวดี

             มั๊ย ถ้าต้องรอสักพักถึงเคลื่อนตัวได้แสดงว่ามันจะแย่อยู่นะ

      7.3 ช่วงล่าง ผม test ไม่เหมือนชาวบ้านเขาหลอก เวลาขับไปเจอฝาท่อ เจอถนนคอนกรีตที่กร่อน มีหลุม บ่อเล็กๆ นั่นแหละชอบลุยเข้าไป

            เลย เดี๋ยวเสียงกรุ กระ จะปรากฏถ้าไม่แน่น หรือ อาจสะท้านมาถึงพวงมาลัยเลยก็มีแต่อย่าเร็วมากนะอาจเสียงตอนที่เรา test ก็ได้นะ

            เคยมาแล้ว ขอบอกครับ ต่อไปเป็นเบรค และ สภาพยาง บางท่านไม่สนใจเพราะซื้อปุ๊บ เข้าร้านเปลี่ยนของใหม่เลย แบบว่าปลอดภัยไว้

            ก่อนว่างั้นก็ ok ชัวร์ดี ชีวิตเรานะอย่างว่า ประมาทได้ที่ไหน ได้ไม่คุ้มเสียเลย ผมเคย เสียหายมาก เพราะมัวแต่ผลัดวันประกันพรุ่ง เอง


 

  Cool  ภายใน

 

      1. ตรวจสอบอุปกรณ์ภายในรถว่ายังใช้งาน ได้ปกติ

      2. สังเกตอุปกรณ์ต่างๆ ว่า ลักษณะที่เป็นเหมาะสมกับการใช้งานหรือเปล่า เช่นถ้าคันเร่งหรือคลัทซ์สึกแต่เลขไมล์น้อย อย่างผิดสังเกต

         อาจสันนิษฐานได้ว่าการกลับเลขไมล์

      3. เช็คห้องโดยสารภายในโดยดูตามตะเข็บว่า ต่างๆว่าเป็นแนวเรียบหรือไม่ อาจเปิดดูตามพรมถ้าเป็นไปได้ 
      4. บริเวณห้องเก็บของท้ายรถ ตรวจดูตามตะเข็บ ต้องมีความสมบูรณ์แนวตะเข็บต้องเรียบเนียน

      5. ตรวจเช็คยางอะไหล่ และเครื่องมือต่างๆว่ามีครบหรือไม่ทั้ง แม่แรง ประแจต่างๆ
      6. ระบบแอร์ไม่ควรมีเสียงดังของพัดลมและคอมเพรสเซอร์

      7. ภายในห้องโดยสาร

          7.1 กลิ่น ถ้าเปิดรถปุ๊บ สิ่งแรกที่กระทบจมูกโด่ง ๆ ของเราคือกลิ่นอับ ๆ ชื้น ๆ แสดงว่าน้ำเข้ารถ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ยิ่งอัดฉีดมานะ ฮึ่ม

                ง่ายต่อการดูมากเลย เอายางปูพื้นออก ดูว่าพื้นพรมมีรอยชื้นของน้ำเปล่า บางคันพื้นผุแบบทะลุง่ะ เปิดมานี้ เห็นพื้น ถนนเลย ดูหมด

                นะทั้ง 4 จุด พื้นผุนี่อันตรายนะ ขับๆ อยู่ตัวหล่นพรั้ว ไปนั่งอยู่กับพื้นถนนละยุ่ง (ล้อเล่นไม่ขนาดนั้นหรอก)

          7.2 ดูความเรียบร้อย คอนโซล แตกมั๊ย แต่ว่าไม่ได้ พลาสติกน่ะ รถเก่ามาก ๆ ไม่แตกอย่างเดียวมันเหมือนจะละลายเลยเคยเห็นมาแล้ว

               ช่องแอร์สมบูรณ์เปล่า ซ่อมยากนะช่องแอร์เนี่ย เก่ามาก ๆ ไม่มีอะไหล่เน้อ จะบอกให้ เจ้าของเก่าจะอ้างว่าลูกซนชอบเล่นช่องแอร์

               เออมันก็จริงทำไมเด็ก ๆ ชอบเล่นจังไม่รู้

          7.3 แอร์ ดูอย่างนี้นะ เอ้าดู เปิดแอร์ เบอร์ 1-4 เลยมันไล่ระดับความแรงหรือเปล่า แรงลมสำคัญจะบอกได้ว่าตันหรือเปล่า ล้างแอร์สมัยนี้

                แพงด้วยนะหลายร้อย พันกว่าก็มีแบบไม่ถอดตู้ เปิดทิ้งไว้แล้วออกไปเดินดูรอบ ๆ รถ 5-6 ชั่วโมง ไม่ใช่ 5นาทีพอ แล้วเดินเข้าไปใน

                รถก็จะรู้ว่าฉ่ำ หรือ ไม่ฉ่ำ มีเสียงอะไรดังผิดปรกติหรือเปล่าแอร์ตัดตามปกติมั๊ย ก็เท่านั้น
   Cool  เครื่องยนต์
       1. ตัวเครื่องยังเป็นเครื่องเดิมๆหรือไม่ ไม่ควรมีการดัดแปลงเครื่องยนต์

       2. เมื่อสตาร์ทรถ เครื่องต้องเงียบไม่มีเสียงกุกกัก

       3. เปิดดูเมื่อสตาร์ทรถแล้วมีไอของน้ำมันเครื่องหรือไม่ ถ้ามีเครื่องอาจจะหลวมแล้ว

       4. ต้องไม่มีรอยรั่วของน้ำและน้ำมันในจุดต่างๆ เช่น หม้อน้ำ น้ำมันหล่อลื่นที่จุดต่างๆ

       5. เช็คแบตเตอรี่ ถ้าเปิดที่ปัดน้ำฝนแล้วทำงานช้าผิดปกติ หมายถึงแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม


  Cool  ทดลองขับ
      1. ระดับความร้อนจากมาตรวัดไม่ควรร้อนจนเกินไป

      2. เมื่อใช้ความเร็วต้องไม่มีเสียงลมเข้า

      3. เมื่อใช้ความเร็วสูงจะต้องไม่มีการโคลงหรือส่าย

      4. ทดสอบระบบเบรกที่ความเร็วหลายๆระดับ

      5. ขณะขับขี่เครื่องยนต์ไม่ควรมีเสียงดังจนเกินปรกติ

      6. เมื่อมีการเปลี่ยนเกียร์ต้อง ไม่มีเสียงดังหรือกระตุก


 Cool ประวัติ

      1. ตรวจสอบประวัติจากประกัน หรือ สมุดคู่มือบริการ

      2. ตรวจสอบหมายเลขเครื่องกับขนส่งโดยว่ารถที่เราสนใจมีปัญหาหรือไม่ ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่ใช้รถที่มีการแจ้งความว่าหาย


  สิ่งต่างๆ ที่จำเป็นในการขอสินเชื่อ

  1.สำเนาบัตรประชาชน
  2.สำเนาทะเบียนบ้าน
  3.หนังสือรับรองการทำงาน จากบริษัท ที่ทำงานอยู่ หรือหนังสือรับรองเงินเดือน
  4.สำเนาสมุดบันทึกเงินฝากย้อนหลัง อย่างต่ำ 6 เดือน
  5.บุคคลค้ำประกัน พร้อมเอกสารเหมือนผู้ขอสินเชื่อ

หมายเหตุ กรณีที่ต้องขอสินเชื่อ ควรติดต่อบริษัทสินเชื่อ สอบถามและส่งเอกสารประเมินคุณสมบัติของผู้สินเชื่อก่อน เพื่อที่จะได้ทราบว่า จะได้วงเงินสำหรับซื้อรถในช่วงราคาไหน อัตราดอกเบี้ยที่ต้องเสีย ระยะเวลาการผ่อนชำระ ทำให้การซื้อรถที่ถูกใจรวดเร็วขึ้น รถดีราคาถูก คนสนใจจะซื้อมีจำนวนมาก โอกาสที่จะเจอไม่ได้มีบ่อยๆ

 


SC BODY PART  


ผลิต ออกแบบ ชุดแต่ง ABS ไฟเบอร์ คุณภาพเกรด a รถแต่ง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ จำหน่ายงานดิบ ชุดแต่ง รับทำสี พ่นสี ทั้งคัน ด้วยระบบ 2 K คงทน เงางาม มีสีให้เลือกหลากหลาย มุก มุกเหลือบ 2 สี ซ่อมแผล เปลี่ยน โดยช่างผู้ชำนาญ

 

 

76/11-13 ม.6 ถ.สุขสวัสดิ์ แขวงบางครุ เขตพระประแดง สมุทรปราการ 10130

มือถือ 086-553-6560, 089-454-0011

www.scbodypart.com